เย้ยยุทธจักรบนเส้นขนาน
posted on 24 Jun 2009 10:02 by boysudlor in Re-Bookจากกิมย้ง ถึง วินทร์ เลียววาริณ : เย้ยยุทธจักรบนเส้นขนาน
สวัสดีครับ ก่อนหน้านี้เคยเขียนเอนทรี่ เกี่ยวกับ เรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักร
ไปแล้วครั้งนึง(เอนทรี่ ยิ้มเย้ยยุทธจักร ใน Re-Book)
ในที่สุด ผมก็เช่าการ์ตูน กระบี่เย้ยยุทธจักร มาอ่านจนจบครบ 26 เล่ม
จากนั้นก็ไปอ่านนวนิยายกำลังภายในเรื่องเดียวกัน ที่แปลโดย น.นพรัตน์
(การอ่านการ์ตูนมาก่อน ก็ทำให้อ่านหนังสือนวนิยายได้อย่างรวดเร็วขึ้น)
แถมยังไปหาซื้อดีวีดีหนังเรื่องนี้มาเก็บไว้ดูอีก ( บ้าขนาดหนัก อิอิ
)
กระบี่เย้ยยุทธจักร เป็นหนังสือนวนิยายกำลังภายในของกิมย้ง ที่สะท้อนเรื่องอำนาจ
และการเมืองดีมากๆ แถมยังเต็มไปด้วยความบันเทิงครบเครื่อง
วันนี้จึงอยากจะเขียนถึงบทสรุปที่ได้จาก กระบี่เย้ยยุทธจักร อีกซักทีนะครับ
..............................................................................
ยอดยุทธ์ยอมสละทุกสิ่งเพื่อช่วงชิงความเป็นใหญ่
ตั้งแต่ยุคโบราณถึงปัจจุบัน
เหล่าชาวยุทธ์ต้องห้ำหั่น
.... เพราะคำว่า "อำนาจ"
....สุดท้าย
..ก็ไม่มีใครได้ครอบครองอำนาจที่แท้จริง
สิ่งที่เที่ยงแท้..คือ ความไม่เที่ยงแท้
ครอบครองความเป็นใหญ่
สุดท้าย...
.. ก็เหลือเพียงความว่างเปล่า...
......
..
.. ว่างเปล่า
..
....ว่าง...
....เปล่า
.........
อำนาจทำให้มนุษย์เสียสติ
แต่ไหนแต่ไร จะมีซักกี่คน
ที่ปลงซึ่งทุกสิ่ง...
.....ให้อิสระแก่ตนเอง
และยิ้มเย้ยยุทธจักร
(คัดมาบางส่วน จากกระบี่เย้ยยุทธจักร ของกิมย้ง)
...................................................................
ขณะที่ จอมยุทธ์เล่งฮู้ชง พร้อม เยิ่นอิ๋งอิ๋ง ธิดาเทพคนรัก
สละแล้วซึ่งอำนาจและความวุ่นวายทางยุทธภพ
ไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างสันโดษ ที่กระท่อมริมเชิงเขา
มีความสุขกับการร่วมบรรเลงบทเพลงเย้ยยุทธจักรอยู่นั้น
อีกมุมหนึ่ง คนละประเทศ คนละเวลา
ณ สวนลุมพินี สวนสาธารณะใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร
ชายชราสองคนผู้ซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชนกำลังนั่งคุยร่วมรำลึกถึงความหลัง
ทั้งสองคือ ตุ้ย พันเข็ม และ หลวงกฤษฎาวินิจ(เสือย้อย)
"คุณเคยคิดไหมว่า ประชาธิปไตยเมืองไทยมันก็คล้ายต้นไทรใหญ่ต้นนั้น
ส่วนอำนาจก็เป็นเหมือนลมพายุ พอมันพัดกรรโชกที ต้นไทรใหญ่ก็ปั่นป่วนที
แต่ถึงยังไง ต้นประชาธิปไตยต้นนี้ ก็ยังอุตส่าห์ผ่านร้อนผ่านหนาว
ยืนหยัดมาได้โดยตลอด"
"ประวัติศาสตร์มันก็เดินซ้ำไปตามรอยเดิมอยู่เรื่อยแหละ
ตราบใดที่ธรรมชาติของคนเรายังไม่เคยเปลี่ยน
ไม่ว่ายุคสมัยไหน มันก็ยังมีคนที่กระหายอยากได้อำนาจ
มีคนที่อยากปลดแอก มีคนที่อยากเปลี่ยนแปลง อยากปฏิวัติอยู่ตลอดเวลา"
"และก็มีนักฉวยโอกาส มีวีิรบุรุษจอมปลอม มีคนทรยศ มีแพะรับบาป"
(คัดมาบางส่วน จาก หนังสือประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ของ วินทร์ เลียววาริณ)
..............................................................................
24 มิถุนายน 2475
การปฏิวัติสยาม คือ การปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทย
จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช์ไปเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยคณะราษฎร์
หลักฐานประวัติศาสตร์ในเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นหมุดทองเหลือง
ฝังอยู่กับพื้นถนน บนลานพระบรมรูปทรงม้า
(อ่านเพิ่มเติมได้จาก http://th.wikipedia.org/ การปฏิวัติสยาม2475 )
..............................................................
อำนาจและการเมือง ไม่ว่าจะประเทศไหน เวลาใด
หนึ่งพันปีที่แล้ว ,เมื่อวาน, วันนี้ หรือ อีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า
เรื่องราวคงไม่แตกต่างไปจากในนวนิยายทั้งสองเรื่องข้างต้น
ถ้าหากอยากจะอ่านนวนิยาย ที่สะท้อนการเมืองเรื่องอำนาจได้ดี
กระบี่เย้ยยุทธจักรและประชาธิปไตยบนเส้นขนาน เป็นหนังสือที่อยากจะแนะนำนะครับ
แต่คิดว่าหลายๆคนคงจะเคยอ่านกันมาบ้างแล้ว
ถ้าเพื่อนๆอ่านนิยายเรื่องไหน ที่ชอบและดี ก้อช่วยแนะนำให้ด้วยนะครับ อยากอ่านครับ
สำหรับกระบี่เย้ยยุทธจักร ทำให้เราเห็นว่า ในฝ่ายธรรมะ ก็มีคนไม่ดี
ฝ่ายอธรรม ก็ยังมีคนที่มีน้ำใจ ส่วนประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ทำให้เราเห็น
วิวัฒนาการทางการเมืองไทย โดยไม่ได้แสดงความเห็นว่าถูกหรือผิด
24 มิถุนายน 2552
ครบรอบ 77 ปี แห่งการปฏิวัติสยาม
เลยอยากจะเขียนถึงหนังสือดีดี ..เอามาเล่าสู่กันฟังนะครับ
ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่าน และอ่านอย่างอดทนจนจบ ..
ขอให้มีความสุขนะครับ
รีไซเคิล บอย
Credit : นวนิยายกระบี่เย้ยยุทธจักร ของกิมย้ง,
ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ของ วินทร์ เลียววาริณ ,
http://th.wikipedia.org
ภาพประกอบจากอินเตอร์เ็น็ต
ปล. สุดยอดของกระบวนท่า คือ ไร้กระบวนท่า
ชอบจริง ประโยคนี้จากในเรื่อง
เขียนเอนทรี่เสร็จแล้วเดี๋ยวคงต้องออกไปเที่ยวยิ้มเย้ยยุทธภพ ซะหน่อยแล้วสิเรา
#1 By peewa on 2009-06-24 13:59