เพื่อนสนิทของเพื่อนสนิท
posted on 25 Jun 2009 13:04 by boysudlor in PuenSanit, Re-Tripเพื่อนสนิทของเพื่อนสนิท
"แต่ละครั้งของการเดินทาง มักมีใครบางคนติดอยู่ในความคิดถึงเสมอ"
ไปเที่ยวเชียงใหม่ด้วยกันนะครับ
ไข่ย้อย เอ๊ย บอย
.......
........หวัดดีดากานดา ชั้นเอง ไข่ย้อยคนเดิม
แกเป็นไงบ้างวะยังอยู่ที่เชียงใหม่รึเปล่าดากานดา
นานมากแล้วนะที่ชั้นไม่ได้เขียนจดหมายมาถึงแก
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นปลายฤดูร้อน-ต้นฤดูฝนของปีนี้
ชั้นจับรถไฟขึ้นไปเชียงใหม่อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้เจอแก
เช้าแล้ว ชั้นตื่นขึ้นมารับวันที่สดใส
ก้อพอดีที่ขบวนรถไฟได้มาถึงอุโมงค์ขุนตาล
หยิบเอาโทรศัพท์มือถือมาถ่ายเก็บเอาไว้
ใกล้จะถึงสถานีที่เชียงใหม่แล้ว
ครั้งนี้ รูปที่ชั้นส่งมาถ่ายจากมือถือของชั้นเองว่ะ
เอาล่ะ ชั้นถึงแล้วล่ะดากานดา
จากนี้คงต้องหาอะไรรองท้องตอนเช้าซักหน่อย
ชั้นเรียกรถสองแถว มุ่งตรงไปที่ร้านโจ๊กสมเพชร
ผ่านสะพานนวรัฐ (ข้ามแม่น้ำปิง)
บรรยากาศยามเช้าในเมืองเชียงใหม่
อากาศกำลังสบายนะดากานดา
ที่ร้านโจ๊กสมเพชร ก็มีคนพอสมควร
วันนี้เป็นวันธรรมดา
เอาล่ะ ชั้นอิ่มแล้ว ชั้นจึงเริ่มเดินทางต่อ
ชั้นตั้งใจที่จะสัมผัสบรรยากาศของเมืองด้วยการเดิน
จากตรงร้าน ชั้นเดินขึ้นไปนิดเดียว ก็จะถึงอนุสาวรีย์สามกษัตริย์
ระหว่างทางก็จะพบโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
เดินจาก ร.ร.ยุพราชไปอีกนิดเดียว
ชั้นก็ถึงอนุสาวรีย์สามกษัตริย์แล้ว

ตึกด้านหลัง เดิมคือศาลาว่าการจังหวัด
ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ของอนุสาวรีย์ฯ
แต่ตอนนี้ยังเช้าอยู่ เค้ายังไม่เปิดเลยว่ะแก
มาถึงตัวเมืองในเชียงใหม่ สิ่งแรกที่ชั้นอยากจะทำ
ก็คือ การไหว้พระ หลังจากสักการะอนุสาวรีย์สามกษัตริย์
แล้ว (ด้านหน้า : พญางำเมือง,พ่อขุนเม็งราย,พ่อขุนราม
คำแหงมหาราช) ชั้นก้อถ่ายรูป เก็บรายละเอียดอีกนิดหน่อย
จากนั้น เดินไปตามทางแยกอีกนิด ชั้นก็ถึงสถานีตำรวจเมืองเชียงใหม่
ปลายทางข้างหน้าก็คือ วัดพระสิงห์ วัดศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม
ถึงแล้ววัดพระสิงห์
ระหว่างทางที่เดินไปวัดพระสิงห์
ในบริเวณใกล้เคียง ก็จะมีวัดต่างๆ
อีกมากมายหลายวัด ชั้นใช้เวลานมัสการ
ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ จากนั้น
ชั้นก็เดินต่อไปอีกหลายวัดเลยล่ะ
แวะดูแผนผังตัวเมืองที่หน้าวัดพระสิงห์
ชั้นเดินไปเรื่อยๆจนถึงถนนพระปกเกล้า
ก็มาถึง วัดเจดีย์หลวง(วรวิหาร)
ที่วัดแห่งนี้ เป็นวัดที่เก่าแก่และสำคัญมาก
ตามหลักฐานการสร้างเมืองของอาณาจักรล้านนา
ที่วัดเจดีย์หลวงนี้ คือ เสาหลักเมือง หรือ ใจกลางเมืองเชียงใหม่
อายุของวัดและเจดีย์แห่งนี้ ไม่ปรากฏแน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะ ๖๐๐ กว่าปีขึ้นไป
นี่คือวัดพันเตา วัดที่มีวิหารไม้สักอายุ ๑๕๙ ปี
.........................
เวลาเดินเร็วมากนะดากานดา
ชั้นเดินสะพายเป้ท่องไปตามวัดต่างๆ
ตอนนี้ก็เที่ยงกว่าๆแล้ว สัมภาระบนบ่าเริ่มทำให้ชั้นเมื่อย
ชั้นจะต้องเดินหาที่พักแล้วล่ะ
แต่ชั้นไม่กล้าแวะไปหาแก เกรงใจว่ะ
ชั้นเรียกรถสองแถวให้คนขับมาปล่อยชั้นลงที่ถนนห้วยแก้ว
จากนั้นก็เดินหาที่นอนพักในคืนนี้
ชั้นได้ที่พักในที่สุด อาบน้ำซักแป๊บแล้ว
ชั้นก็ได้กลับไปในที่ที่เวลาเริ่มหมุนกลับอีกครั้ง...

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ .....ที่ที่เวลาเริ่มหมุนย้อนกลับ

ชั้นทำตัวเนียนๆแทรกกายอยู่ในหอสมุด
ชั้นนั่งค้นหาหนังสือ-ถ่ายเอกสารอยู่ในนี้มาครึ่งวันแล้ว
เย็นแล้ว ชั้นเริ่มหิว รอรถ ขสมช.แต่ด้วยความเนียน
ชั้นไม่กล้าถามใคร รู้ตัวอีกที ชั้นก็นั่งเจ้ารถไฟฟ้าสีม่วง
ผ่านหน้าหอหญิงมาได้ ๓ รอบแล้ว
ชั้นเดินออกทางประตูหลังมอ ที่นั่นของกินเยอะมาก
แล้วถัดไปสี่แยก ยังมีตลาดต้นพะยอม เหมาะสำหรับซื้อแคปหมู
น้ำพริกหนุ่มเป็นของฝากอีกด้วย
แต่ก่อนอื่น ชั้นขอแวะตัดผมที่ร้านตัดผมพี่แมว อยู่ประตูหลังมอ ก่อนนะ อิอิ
(ถ้าแกเคยอ่านเอนทรี่ สมุยที่ไม่ส่ะมุ่ย ของชั้น แกคงจำได้
ถึงเหตุผลเรื่องการไปตัึดผม ที่ชั้นมักจะใช้บอกใครๆ เวลาไปเที่ยวไหนคนเดียว)
เรียบร้อยแล้ว ชั้นป่าวอกหักนะโว้ยที่มาตัดผมนี่
ค่ำแล้ว ชั้นนั่งรถไปกินไอศกรีมเจ้าอร่อย ที่ร้านมิลค์โซน
อยู่ประตูด้านหน้ามอ ทางขึ้นไปดอยสุเทพ แกเคยไปมั้ยวะ
ยามค่ำคืน ที่ถนนห้วยแก้ว
จากร้านมิลค์โซน ชั้นยังวนอยู่ที่ถนนห้วยแก้ว (ก้อชั้นนอนพักแถวนี้)
ชั้นมาเดินดูสินค้าที่กาดรินคำ บรรยากาศผู้คนหนาตาพอสมควร
เนื่องจากวันนี้ไม่ใช่วันอาทิตย์ ถ้าเป็นวันอาทิตย์
ผู้คนจะพลุกพล่านที่ถนนคนเดิน(ประตูท่าแพ)
จากนั้นก็ได้เวลาที่ชั้นจะนอนแล้วล่ะดากานดา
.....ราตรีสวัสดิ์
พอรุ่งเช้าวันใหม่ ชั้นตื่นมาแต่เช้าแล้ว ก้อไปที่ตลาดวโรรส
จากนั้นก็แวะไป เดินถ่ายรูปริมแม่น้ำปิงมาฝากแกด้วย
ชั้นใช้ช่วงเวลาที่เหลือของวันนี้ด้วยการไปเดินเล่นที่ กาดสวนแก้ว
ถนนห้วยแก้ว แหล่งศูนย์การค้าที่นี่ก็มีทุกอย่าง ทั้งโรงหนัง
ร้านหนังสือ เสื้อผ้า ฯลฯ
ชั้นนั่งเขียนโปสการ์ดถึงแก และเพื่อนๆของชั้นที่นี่
ชั้นคงจะเล่าให้แกฟังเพียงเท่านี้ก่อนนะดากานดา
หลายครั้งที่ชั้นไม่รู้ว่าจะจบจดหมายของชั้นยังไง
ชั้นคงจะไม่ได้เจอแกอีกแล้ว แต่แกเชื่อเถอะว่า
ทุกครั้งเมื่อชั้นมาที่เชียงใหม่ เรื่องราวของแก วันเวลาต่างๆ ย้อนกลับมาได้ทุกที เหมือนชั้นได้นั่งไทม์แมชชีนกลับมาหาแก
โชคดีนะดากานดา
ชั้นคงจะต้องนั่งรถไฟ(เครื่องไทม์แมชชีนของชั้น) กลับกรุงเทพฯแล้วล่ะ รถไฟที่จะพาชั้นกลับไปสู่ห้วงเวลาปัจจุบัน...
คิดถึงแกเสมอ / ไข่ย้อย
ปล. - แรงบันดาลใจจากหนังสือกล่องไปรษณีย์สีแดง ของ คุณอภิชาติ เพชรลีลา
ขอบคุณมากๆครับ แต่อย่าเก็บค่าลิขสิทธิ์นะครับ ยังจนอยู่ หุหุ
แก้ไขใหม่อีกครั้ง 26 มิย.52 21.00 น.
เพื่อให้อ่านได้ง่ายขึ้นนะครับ
(แต่กลายเป็นว่ารูปเล็กลง หุหุ)
ขอบคุณที่แวะมาอ่านและช่วยคอมเม้นท์จนรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกนะครับ
ขอใ้ห้มีความสุขครับ
บอย
อิจฉาคนได้เที่ยว

คิดถึงอากาศเย็นสบายที่นู่นจังเลย
#1 By [Tikky] My Moment on 2009-06-25 14:25