หายไปนาน กลับมาแล้วครับ ตั้งใจจะมาเขียนเรื่องที่เซี่ยงไฮ้ให้จบ

ปล่อยไว้ค้างคาเนิ่นนาน ไม่ดี ไม่ดี

ยังไงต้องขออภัยในความล่าช้า..ถ้าหากจะมีเพื่อนที่รอติดตามอยู่นะครับ

(ไม่แน่ใจว่ามีรึเปล่า หุหุ) เจอช่วงงานเข้าเยอะพอดีเลย เอาล่ะ กลับมาฮึดอีกรอบ

และขอขอบคุณสำหรับเพื่อนที่ติดตามและให้กำลังใจกันมาอย่างสม่ำเสมอครับ

.....................................................................

เอนทรี่ก่อนหน้า รักแรกที่เซี่ยงไฮ้ (First Love in Shanghai)

上海-我的初恋 ()

(ใครเพิ่งแวะเข้ามา สามารถอ่านย้อนหลังได้  ที่นี่  นะครับ)

ก็ได้พาเพื่อนๆไปรู้จักกับเมืองเซี่ยงไฮ้ในวันแรกของการเดินทางไปแล้ว

จากสนามบินผู่ตง  เราก็ได้แวะไปชมวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่หอไข่มุก(ฝั่งผู่ตง)

ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซี่ยงไฮ้(ที่จริงน่าจะเรียกว่า มหานครเซี่ยงไฮ้ มากกว่านะ )

จากนั้นก้อข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งผู่ซี โดยอุโมงค์เลเซอร์ แสง สี เสียง ลอดใต้น้ำ หรือ The Bund

แล้วก็เดินดูบรรยากาศของถนนคนเดินยามค่ำคืนที่ถนนนานจิง

รวมทั้งได้แนะนำให้รู้จักกับหญิงสาวที่ปรากฏอยู่ในรูปที่เฮดบล็อกไปแล้วนะครับ อะแฮ่ม  : )

(ตอนนี้ผมกลับมาใช้รูปในเฮดบล็อก เป็นรูปหญิงสาวคนนั้น

เผื่อว่าเธอจะแวะเข้ามาอ่านซักวัน

ถ้าเพื่อนๆ ไม่เห็นตามนี้ ก็ช่วยกด refresh หรือ F5 นะครับ)

……………………………………………………………..

 

รักแรกที่เซี่ยงไฮ้ ๒ : แวะไปเซียะเหมิน

 (First Love in Shanghai II : visit to Xiamen)

上海-我的初恋 () : 厦门

 

 

(2 รูปนี้ถ่ายจากมุมสูงในห้องพักที่โรงแรม Ramada

ผมพักอยู่ใจกลางย่านชอปปิ้ง ถนนนานจิง)

ผมลืมบอกไปในครั้งที่แล้วว่า ที่ผมมาที่เซี่ยงไฮ้ได้ เพราะเกี่ยวกับงานที่ทำครับ

ที่ทำงานคิดผิดส่งมา ไม่ได้มาเที่ยวส่วนตัว มาฟรี

ดังนั้น เวลาส่วนใหญ่ในตอนกลางวันที่เซี่ยงไฮ้ของผม

จะอยู่ถ้าไม่ในโรงงาน ก็ที่ตึกสูงบนสำนักงาน

แต่ก็พอมีช่วงเวลาที่เหลืออยู่บ้างในการเก็บรายละเอียด

เท่าที่จะทำได้ มีโอกาสได้ไป

ก็พยายามหาความรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ๆให้ได้มากๆ

ดังนั้นรูปถ่ายส่วนใหญ่ที่ได้มา ก็มักจะเป็นบรรยากาศตอนกลางคืน

ส่วนภาพตอนกลางวันถ่ายจากบนรถที่นั่ง ภาพอาจจะไหวๆหน่อย

ช่วงที่ไปก็มีฝนตกบ่อยๆที่เซี่ยงไฮ้

มาดูรูปกันซะหน่อยดีกว่า.. 

 

 

 

  (ถนนนานจิง บริเวณหน้าโรงแรม)

 

 

  นี่คือร้านเสี่ยวหลงเปาที่ไกด์เค้าพามา 

มาเซี่ยงไฮ้ทั้งทีก็ต้องแวะทานเสี่ยวหลงเปากันหน่อยครับ

 

รสชาติอร่อยดี ทานตอนอุ่นๆลงกระเพาะ แก้หนาวดีครับ 

 

สิ่งที่พบเห็นบ่อยๆ คือ ตึกสูง และ การก่อสร้างที่ยังไม่เสร็จ

เคยได้ยินคำกล่าวว่า มาเซี่ยงไฮ้วันนี้ แค่หันหลังกลับไป พรุ่งนี้มันก็ไม่เหมือนเดิมซะแล้ว

เป็นเมืองที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก

 

ดูโชว์กายกรรมเซี่ยงไฮ้ที่อีร่า(เป็นการแสดงที่ผาดโผน) ,ผู้คนเต็มแน่นร้านอาหารในตอนกลางคืน

และการจราจรที่แออัดตามแยกต่างๆ

.....................................................................................

เรื่องที่ผมเขียนมาเล่าคงจะไม่สามารถเอาไปทำเป็นทริปการท่องเที่ยวได้

ลองถามมัคคุเทศก์ประจำรถ เป็นคนจีนนะครับ แต่เค้ามีชื่อเป็นภาษาไทยด้วย

ชื่อว่าคุณวรัญญู  วรัญญูบอกว่าถ้าเป็นทริปท่องเที่ยวที่เซี่ยงไฮ้ปกติ หลักๆก็เที่ยวกัน 4 เมือง

ที่อยู่ไม่ไกลกันนัก เซี่ยงไฮ้ หังโจว อู๋ซี ซูโจว เป็นสถานที่หลักตามโปรแกรมการท่องเที่ยวยอดนิยม

แต่วันนี้ผมจะพาลงใต้เซี่ยงไฮ้ ไกลกว่านั้นอีกครับ

เนื่องจากงานต้องไปดูการผลิตอุปกรณ์ในโรงงานเมืองเซียะเหมิน

ดังนั้นวันนี้เราจะไปเซียะเหมินกัน  แต่เราจะไปกันแบบวันเดียวกลับครับ

โดยเครื่องบิน เราไม่ได้ขึ้นเครื่องที่สนามบินผู่ตง เราจะไปขึ้นเครื่องกันที่สนามบินหงเฉียว

(เท่ากับว่าเอนทรี่นี้เรามาสำรวจสนามบินกัน อิอิ)

เซี่ยงไฮ้มีสนามบินอยู่ 2 แห่งครับ คือ สนามบินนานาชาติผู่ตง และสนามบินหงเฉียว

สนามบินหงเฉียว เดิมเคยใช้เป็นสนามบินนานาชาติ แต่พอสนามบินผู่ตงเปิดใช้บริการ

หงเฉียวก็กลายเป็นสนามบินภายในประเทศที่ให้บริการบินระหว่างเมืองต่างๆของจีน

(อาจจะมีบินไปโซลของ เกาหลี และโตเกียวของญี่ปุ่นด้วย) 

คล้ายๆกับที่กรุงเทพฯ มีสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองนะครับ

นี่ที่เมืองไทยของเราอีกไม่นาน แอร์พอร์ตลิงค์ก็จะเสร็จแล้ว สามารถนั่งจากสนามบินสุวรรณภูมิ

มาลงที่ประตูน้ำ มักกะสันได้ในเวลาอันรวดเร็ว เหมือนๆกับที่สนามบินผู่ตงของเซี่ยงไฮ้มีรถไฟฟ้า

แม่เหล็ก (Shanghai Maglev Train) ที่วิ่งจากสนามบินผู่ตงเข้าตัวเมืองได้ในเวลาอันรวดเร็ว

(เดี๋ยวจะเก็บรูปไว้เล่าในเอนทรี่ตอนจบนะครับ)

ชั่วขณะ ผมรู้สึกว่ากรุงเทพฯ กับเซี่ยงไฮ้ ช่างมีอะไรหลายๆอย่างคล้ายคลึงกัน

ตามวิถีทางของการเป็นเมืองใหญ่พัฒนาเร็ว  รถติด เจอก่อสร้างสะพานข้ามแยกโน้น แยกนี้บ่อย

มีสนามบินสองแห่งเหมือนกัน มีแม่น้ำผ่ากลางเมืองเหมือนกัน (กรุงเทพฯมีแม่น้ำเจ้าพระยา

แบ่งกั้น ฝั่งธนบุรี กับ ฝั่งกรุงเทพฯ ,เซี่ยงไฮ้ก็มี แม่น้ำหวงผู่ แบ่งกั้นระหว่างเขตเมืองเก่าผู่ซี

กับฝั่งอุตสาหกรรมใหม่ผู่ตง) นอกจากนี้ยังมีตึกอาคารสูงๆ แซมด้วยอาคารบ้านเรือนที่ไม่สูงนัก

แต่ของเซี่ยงไฮ้จะมีตึกสูงกว่า และเยอะกว่า รวมทั้งคนหนาแน่นกว่า

 

 

 

มีที่เห็นว่าไม่เหมือนกันอย่างนึงคือ รถจักรยาน เยอะเลย  มีทั้งจักรยานธรรมดา จักรยานไฟฟ้า

มอเตอร์ไซค์ ถนนแบ่งเลนส์ให้จักรยาน แต่ถนนในกรุงเทพฯนานๆจะเห็นจักรยานซะที

การครอบครองเป็นเจ้าของยวดยานพาหนะแต่ละประเภท ก็เป็นไปตามรายได้ของแต่ละบุคคลน่ะครับ

วรัญญูบอกว่า การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่เซี่ยงไฮ้นี่ เสียภาษีแพงมาก ต้องรวยครับ ต้องรวยถึงจะมีรถยนต์ขับ

……………………………………..

กลับมาที่หงเฉียว  ถึงจะกลายเป็นสนามที่ใช้บินแค่ภายในประเทศแต่ก็มีแผนรองรับผู้โดยสาร

ที่คาดว่าจะถึง 40 ล้านคนต่อปี ในปี ค.ศ.2010

ข้อมูลในปี ค.ศ.2008 มีผู้โดยสารประมาณ 22.8 ล้านคนต่อปี

(หาอ่านรายละเอียดได้จาก Wikipedia.org)

ตอนนี้เราก็มาถึงสนามบินหงเฉียวแล้ว (กลัวจะเผลอพิมพ์ผิดเป็น หัวเฉียว จริงๆ)

สนามบินเล็ก เมื่อเทียบกับผู่ตง หรือ สุวรรณภูมิ 

เราใช้บริการสายการบิน China Eastern Airlines

ออกเดินทาง 8.00 น. จากเซี่ยงไฮ้ เราก็ไปถึงสนามบินนานาชาติเซียะเหมิน

ในเวลาประมาณ 9.30 น. (บนเครื่องบิน เบาะที่นั่งค่อนข้างแคบ นั่งติดกับคุณลุงคนนึง

ตอนแรกลุงแกก็นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ไป ซักพัก..หลับ  มีกรนด้วยแฮะ)

 

 

 

 

(รูปนี้ สองรูปเล็กข้างบนคือ สนามบินหงเฉียวและบรรยากาศในอาคารที่พักผู้โดยสาร

สองรูปเล็กข้างล่าง คือ สนามบินเซียะเหมิน)

ด้วยระยะทางจากเซี่ยงไฮ้ มายัง เซียะเหมิน 1,091.75 กิโลเมตร 

(ข้อมูลจาก http://www.mapcrow.info)

ตอนนี้เราก็เดินทางมาถึงเซียะเหมินแล้วครับ

 

 

เซียะเหมิน เป็นเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลฝูเจี้ยน

ติดกับทะเล และช่องแคบไต้หวัน

(มองออกไปทางทะเล สามารถมองเห็นเกาะไต้หวันได้ครับ)

คำว่า เซียะเหมิน ในภาษาฮกเกี้ยน แปลว่า ประตูคฤหาสน์

 

เป็นบ้านเกิดของบรรพบุรุษชาวจีนโพ้นทะเล

และชาวไต้หวันเชื้อสายฮกเกี้ยนนะครับ

และเป็น 1 ใน เขตเศรษฐกิจพิเศษแรกสุดของจีน มีประชากรราวๆ 2.5 ล้านคน

มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ พวกท่าเรือ โรงงานอุตสาหกรรม การเงิน มากมายหลายอย่าง

เป็นเมืองที่มี GDP สูงต่อเนื่อง มากกว่า 20% ต่อปี คงจะเพราะมีการลงทุนจากต่างประเทศสูงมาก

(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก Wikipedia.org ผมอ่านแล้วสรุปมาคร่าวๆ )

 

ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกเดี๋ยวนี้จะมีทัวร์ท่องเที่ยว บินจากกรุงเทพฯ มาลงเซียะเหมิน

จากนั้นก็นั่งรถลงใต้ไปเรื่อย ๆ ผ่านซัวเถา ไปเสิ่นเจิ้น ฮ่องกง มาเก๊า

แล้วจากมาเก๊า นั่งเครื่องบินกลับ กรุงเทพฯ

(คิดว่าอยากจะลองมาแบบทริปนี้เหมือนกัน ถ้ามีโอกาส ฝากไว้ก่อนนะ)

 

 

 

สิ่งแรกที่สะดุดตา เมื่อไปถึงเลยนะครับ คือ สนามบินสะอาดมาก

 

กว้างขวางและโอ่โถง

ห้องน้ำก็สะอาด คนไม่พลุกพล่านเท่าเซี่ยงไฮ้

เมืองเซียะเหมินได้รับการโหวตให้เป็นเมืองที่สะอาดที่สุดในประเทศจีน

ซึ่งก็สมคำร่ำลือจริงๆด้วยครับ

 

มีเวลาไม่มาก ในการสำรวจเมือง เนื่องจากหมดไปกับการเข้าไปในโรงงาน 

เก็บรูปแถวๆ สวนสาธารณะชายทะเล (ตรงข้ามกับเกาะไต้หวัน) มาฝากแล้วกันนะครับ 

 

  อากาศที่เซียะเหมิน อบอุ่นกว่าที่เซี่ยงไฮ้ แต่ไกด์ท้องถิ่นที่นี่ พูดภาษาไทยฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย L 

 

 

ลุงขายอะไรอ้ะ แน่ะ ขายเองชิมเองเลยนะลุง

 

 

eiei  หลอกล่อกันน่าดู 

 

 

หลังทานข้าวกลางวัน ก็มาถ่ายรูปแถวๆริมทะเล ดูไปดูมา คล้ายๆบางแสนเหมือนกันนะผมว่า 

 

 

หรือว่ามันเป็นวันธรรมดานะ ถนนกว้าง โล่ง และไม่มีรถแออัด นานๆรถจะโผล่มาซักคัน สองคัน

แบบนี้คงจะดีนะครับ ว่ามั้ย

บรรยากาศที่เซียะเหมินค่อนข้างแตกต่างจากเซี่ยงไฮ้มาก มีคนอาศัยอยู่ไม่หนาแน่นเท่าไหร่

สะอาด และ สงบ เป็นคำนิยามสั้นๆ ที่ผมนึกออก

เมื่อถึงเวลาที่เราต้องเดินทางออกจากเซียะเหมิน

พอตอนเย็น เราก็บินกลับมาที่เซี่ยงไฮ้อีกครั้ง

 

 

 

  ค่ำๆ ชักจะเริ่มคุ้นตากับบรรยากาศ แสง สี เสียง ผู้คนที่ถนนนานจิงซะแล้ว

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ฝนตก มองจากมุมสูงลงไป พื้นถนนเปียกอีกเช่นเคย  

 

 

และก็มีหมอกลงด้วย (ด้านหน้าโรงแรม)

 

 

 

ถ้าไม่ได้พบกับหญิงสาวที่ปรากฎอยู่ที่เฮดบล็อกในวันต่อมา  ผมก็อยากจะตั้งชื่อเอนทรี่นี้ว่า

เซี่ยงไฮ้ในสายฝน

 

 

 

เช้าวันนี้ผ่อนคลายขึ้นมาอีกหน่อยครับ ไม่ต้องไปโรงงาน เลยได้ไปเที่ยวเป็นของแถม

ไกด์พาออกนอกเมืองอีกแล้ว

คราวนี้เราจะไป เมืองโบราณอู่เจิ้นกัน  ซึ่งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียง

ทางใต้ของเซี่ยงไฮ้ นั่งรถไปราวๆ 1-2 ชั่วโมง

(ดีครับ ทริปเดียว ได้มาถึง 3 เมือง)

 

 

 

รถวิ่งเลนส์ขวา พวงมาลัยและคนขับอยู่ทางด้านซ้ายของรถ

คนในรถ เริ่มทะยอยกันหลับ พักสายตา

ปกติเวลาเดินทางไปไหน(ทางรถ) ผมมักจะไม่ค่อยหลับ จะว่าตื่นเต้นก็ไม่นะ

แต่อยากเก็บรายละเอียดมากๆ คงไม่ได้มาบ่อยๆ ดูวิวสองข้างทางไป

 

 

 

ระหว่างทาง จากเซี่ยงไฮ้ มุ่งหน้าอู่เจิ้น ตึกสูงๆค่อยละ หายไปจากสายตาเรา

 

ภาพต่อมาที่เห็น กลายเป็นบ้านเรือนผู้คนอยู่ห่างๆกัน ติดกับสวนทำการเกษตร 

มีคลองส่งน้ำเข้าไปยังแปลงพื้นที่การเกษตร สีเขียวๆ ดูเรียบง่าย สบายตา

 

วรัญญู(ไกด์ชาวจีน) บอกว่า ที่นี่มีคลองขุดสายปักกิ่ง-หังโจว ซึ่งเป็นคลอง(มนุษย์ขุด)ที่ยาวมาก

สมัยโบราณ ฮ่องเต้สั่งให้ขุดคลองนี้เวลาเดินทาง ส่งเสบียงพืชผัก

 ไปมาสัญจร ระหว่างทางเหนือกับทางใต้

 

ภาพที่เห็น สมองนึกอะไรขึ้นมาได้ ทำให้รู้สึกอยากเขียนบันทึกขึ้นมาทันใด

ตอนนั้นก็หยิบสมุดบันทึกออกมาแล้วจดอะไรไว้ซะหน่อย

 

 

 

 

 

ลากันด้วยภาพเป็ด

แล้วพบกันใหม่..เอนทรี่หน้า 

 

 

หมายเหตุ

ว่าจะเขียนให้สั้นลงแล้วเชียวครับ แต่ก็ยังยาวอยู่ รูปก้อเยอะด้วย

คราวหน้า อัพสั้นๆ แต่อัพบ่อยๆ คงจะดีกว่า

ใครอ่านจนจบมาถึงบรรทัดนี้ ผมขอคารวะและโปรดรับคำขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ XieXie

แล้วพบกันใหม่ที่หน้าจอของท่านครับ

ไจ้เจี้ยน + รักษาสุขภาพกันด้วยเน้อ

รีไซเคิล บอย

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รูปสวยๆทั้งนันเลยครับ เห็นเเล้วน่าไปเที่ยวบ้าง

#1 By NATTAWAT on 2009-09-17 03:07

ดูเป็นเมืองฉ่ำฝนจังเลยนะคะ..ขอบคุณที่นำมาแชร์ประสบการณ์นะคะ..big smile

#2 By Kiss The Rain on 2009-09-17 04:38

น่านนนนนนนนนนนนนนนนน sad smile sad smile
เข้ามาเจอแบบนี้ คนเปื่อยขอยอมแพ้แต่โดยดี
อ่านไม่ไหวๆ sad smile เอาไว้อีฟดีกว่านี้ จะกลับมาอ่านนาคุณบอย
เหอๆๆเอิ๊ก open-mounthed smile open-mounthed smile

แต่ดูๆแล้วคงเที่ยวเพลินเลยสิเนี่ย
คราวหน้าอย่าลืมของฝากนะคู้ณณณณ อิอิquestion

รักษาสุขภาพนะคะconfused smile

#3 By eVeZaa on 2009-09-17 05:30

ดูรูปไปจินตนาการไปว่าได้ไปด้วย อิอิ
แต่กว่าจะมา Up ตอน2ได้ เพื่อนรอชะเง้อ คอยาว เลยนะคะ คุณบอย
ต้องมีปรับ ...555++
ดันให้คนอื่นได้ดูด้วยดีกว่าสวยดี Hot!

#4 By Pat on 2009-09-17 07:27

ใครว่าสายฝนจะทำให้เดินทางไม่สนุก
จริงๆแล้วถ้าได้ลองเดินทางท่ามกลางสายฝน
เราจะเห็นความงดงามในอีกมุมนึง

#5 By katak on 2009-09-17 07:28

หลายบรรยากาศconfused smile


ปล.altenate text ใส่ในรูปเวลาจะกีอปโค้ดลงบล็อก จะมีช่องaltenate text ให้ใส่ชื่อในรูป(อยูาในช่องข้างล่าง)
ลองตั้งชื่อที่คิดว่าเผิ่อเขามาเสิร์ชเจอได้double wink double wink

#6 By wesong on 2009-09-17 08:08

อยากไปเซียะเหมือนเหมือนกันคับบอย ที่นั่นมีปืนใหญ่ที่สุดในโลกด้วยนะ

เห็นภาพแล้วเกิดอาการอยากไปอีกแหล๋ว...

#7 By เจ้ารินทร์ on 2009-09-17 08:16

น่าไปเที่ยวค่ะ
วันนี้เพิ่งเห็นข่าวแวบ ๆ เรื่องถนนคนเดินที่เซี่ยงไฮ้
ได้มาอ่านที่นีอีกก็ชัดเจนมากขึ้นค่ะ
ดูภาพเธออีกครั้ง อืม น่ารักจริงค่ะconfused smile sad smile

#8 By peewa on 2009-09-17 08:29

น่าเที่ยวมกาเลยค่ะ

ขอบคุณนะค่ะที่นำภาพสวยๆมาแบ่งกันดู

เซี่ยงไฮ้ในวันฝนตกดูเหงาๆ ไงมะรู้ อิอิ

บันทึกการเดินทางเขียนได้น่ารักมากๆๆ เอิ๊กส์

มีเป็ดด้วยย ><

#9 By Innocent on 2009-09-17 08:38

ยกให้เป็นเมืองคู่แฝดกับ กทม เราเลยครับ
น่าอยู่เหมือนกันนะครับเนี่ย ได้ข่าวว่ารถไฟที่โน่นไฮโซน่าดู

ที่เราไม่มีจักรยานน่าจะเป็นเพราะอากาศบ้านเราหนาวน้อยกว่าเซี่ยงไฮ้มั้ง

#10 By Clepsydra:: on 2009-09-17 09:39

อยากกินเสียวหลงเปา น่ากินร้อนๆ
รูปสวยๆทั้งนั้นเลย
จะรออ่านตอนต่อไป อย่าช้าอีกหล่ะ เพื่อนๆรอตรึมbig smile big smile

#11 By โต๊ะคิ้งส์ on 2009-09-17 10:07

มีไรมาฝากกันบ้างมั๊ยเนี่ย
คุ้มเลยเนอะไปทำงานด้วยเที่ยวด้วยconfused smile

#12 By chabarimklong on 2009-09-17 11:20

ดูแล้วผมอิจฉาเรื่องเรียบๆ อย่าง เลนจักรยาน แต่ดีเทลการเที่ยวมากมายเลยครับ เหมือนนำเที่ยวเองเลย confused smile

#13 By binkybear on 2009-09-17 13:42

เสี่ยวหลงเปาน่าทานมากกกกกก แผล่บ (ขอเก้บน้ำลายลงเข้าคอก่อน ฮ่าฮ่า)


ชลชอบที่บ้านเมืองเค้า มีจักรยานเยอะ
ต่างจากเราก็ตรงนี้จริงๆ ด้วยแหละค่ะ
หลายที่หลายทาง ไม่ว่าบ้างเมืองไหน ย่อมมีที่คล้ายครลังกันอยู่แล้ว



ปล. เป็ดทักทายน่ารักดีนะคะคุณบอย question
อิจฉาคนที่ที่ทำงานส่งไปเมืองนอกจังค่ะ
ของแอ้ก็อยู่ผิดแผนกไปหน่อย ถ้าอยู่อีกแผนก คงได้เก็บภาพแปลกๆ ต่างแดนมาฝากบ้างแน่ๆ เลย..

เมืองจีนจากที่คุณบอยถ่ายทอดมา
ดูไม่เหมือนจีนในความคิดเลยค่ะ (คงดูหนังจีนมากไป เลยนึกว่าจะโบราณๆ) เป็น big city กันไปหมดแล้ว..
อ่านเพลินดีค่ะ รออ่านตอนหน้านะคะ
open-mounthed smile

#15 By แอ้ on 2009-09-17 15:34

เสียวหลงเปา รสชาติเหมือนซาลาเปาบ้านเรามั้ยครับ..sad smile

#16 By kriangkrai on 2009-09-17 16:21

น่าทานจังเลย เซียวหลงเปา เอามาฝากชาว exteen บ้างดิ อิอิsad smile big smile

#17 By mountainblue on 2009-09-17 16:47

ภาพนั้น!!!
เสี่ยวหลงเปา ดึงดูดสายตาสุด ๆ เลยค่ะ

รอต่อคราวหน้าค่า confused smile
โอยยยยยอิจฉาน่าเที่ยวววววววววbig smile

#19 By E.T.*** on 2009-09-17 19:33

เห็นรูปแล้วลั๋นลาตามไปด้วย big smile

#20 By V@R on 2009-09-17 20:46

ยังดีมีเวลาดูนู่นดูนี่

เคยไปจีนหนหนึ่ง ทางที่ทำงานให้ตั๋วไป-กลับ ประมาณว่ากะทำให้เสร็จแล้วกลับเลย
อ่านจนจบเลย เฮ้อ..

คนในรูปเฮดนะใครเหรอค่ะ

sad smile

#22 By คนนอกระบบ on 2009-09-17 21:53

ตอนนี้ป้าแอ๊นก็ปั่นจักรยานไปเรียนทุกวันเหมือนกันค่ะ

ออกกำลังกายไปในตัวเลย

คาดว่ากลับเมืองไทยแล้วป้าคงจะอายุน้อยลงบ้าง อิอิ

#23 By ป้าแอ๊นจ้า on 2009-09-18 00:20

ยาวดีค่ะ
ต้องเข้ามาอ่านสองรอบถึงจะจบ

ที่ไหนฝนตกแล้วก็ดูโรแมนติกขึ้นมาเลยค่ะ

#24 By kikuno on 2009-09-18 08:59

เขียนยาว..ก็ได้อ่านเรื่องยาวๆ ค่ะคุณบอย
ตามอ่านตั้งแต่เมื่อคืนเพื่งจบเมื่อเที่ยงของอีกวันค่ะ
ว่าง..แวบ มาอ่านต่อค่ะ

เห็นด้วยกับ..ชื่อเรื่องที่ไม่ได้ตั้ง เซี่ยงไฮ้ในม่านฝน
ฝน..ที่ไหนๆ ก็สวยจับใจค่ะ

ขอบคุณค่ะbig smile

#25 By มิตร on 2009-09-18 12:49

ขอขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์ที่แวะมาทักทายนะครับ
บางคอมเม้นท์มีคำถามมาด้วย ขอตอบเป็นบางคอมเม้นท์ก่อนนะครับ พอดีตอนนี้งานเข้าอีกแระ

สำหรับ ตอนต่อไป(ตอน ๓) คิดว่าคงจะมาอัพวันเสาร์วันอาทิตย์นี้แหละครับ

คห.๖ ขอบคุณพี่เส่งด้วยนะครับ สำหรับคำแนะนำ จะลองดูครับ
คห.๑๖ คุณเกรียงไกร เสี่ยวหลงเปา รสชาดคล้ายๆกับตามร้านเสี่ยวหลงเปาที่บ้านเราครับ แต่เค็มกว่านิดหน่อย มีผักด้วย

แล้วเจอกันครับ confused smile surprised smile

#26 By Recycle Boy on 2009-09-18 16:05

อัพยาวได้ใจ...แต่รูปสวยคร้า น่าไปบ้างเนอะbig smile

#27 By Nart on 2009-09-18 19:10

happily at xiamen..big smile

#28 By jEn(a lOt lOst) on 2009-09-18 21:00

สวยงามครับ
แต่ละภาพ

คราวหน้าขอแจ่มๆ ประมาณรูปสาวๆ จากเมืองจีนหน่อยนะครับ
ให้คนอ่านกดโหวตก็ได้
55+

ผมพิสมัยทิวทัศน์บนใบหน้าหญิงสาวครับ
ชอบคนไหนจ้องได้เป็นนานสองนาน
55+
big smile
ไป xiaman แล้วเขาไม่ได้พาไปเกาะอะไรซักเกาะนึง (ดันจำชื่อไม่ได้) ที่อยู่ไม่ไกลกัน แต่ว่าพิเศษตรงที่บนเกาะนี้ห้ามรถแล่นบนเกาะจะไปไหนก็เดินเอา สถาปัตย์กรรมบนเกาะนั้นมีกลิ่นยุโรปผสมเยอะมาก เพราะสถานทูตยุโรปสมัยโบราณเคยมาใช้เกาะนี้เป็นที่ตั้ง เสียดายว่าตอนนี้หลายๆแห่งถูกทิ้งร้างหมดแล้ว แต่สวยมากๆค่ะ เราไปเดินมาประทับใจจริงๆ

ส่วนเซี่ยงไฮ้เวลาฝนตกนี่ไม่คิดถึงเลยค่ะ เพราะชื้นมาก big smile
อ่านแล้วเข้าใจ สนุกดีค่ะ big smile

#31 By MomMom on 2009-09-20 22:23

ได้ไปเที่ยวแล้วเจอฝนแบบนี้ก็น่าหนักใจหน่อยนะคะ

หยกเป็นคนที่ไม่ชอบฝนอ่ะค่ะ

มันเปียกมันแฉะ

ยิ่งเวลาไปเที่ยวแล้วเจอฝนนี่ ... โห...

พาเสียอารมณ์ไปครึ่งนึงเลยsad smile

คงจะมีเด็กๆที่ออกมาวิ่งเล่นน้ำฝนแหละค่ะ

ที่ดีใจเมื่อฝนตก

(สมัยเด็กๆก็เป็น พอแก่แล้วไม่ไหว ป่วยแล้วเสียเรียนหมด)

#32 By mini-teddy on 2009-09-21 04:20

อยากไปบ้างค่ะอยากไป ^ ^

ไปฮ่องกงมาก็สนุกดีนะ แต่อยากไปอีกที คือ

แบคแพคไปเองเลย ไปคนน้อย ๆ ไม่ต้องคอยใคร


ps * ไว้จะแวะมาอ่านเรื่อย ๆ น้า ชอบเที่ยวค่ะ อิอิ

#33 By postcardshop on 2009-09-21 16:04

แวะมาเม้นให้ก่อน

เดี๋ยวกลับมางาน เพราะงานยังไม่เสร็จเลยค่ะ อิอิ

แต่กลับมาอ่านแน่นอน ไม่ว่ากันนะคะdouble wink

#34 By >Nu...Nan on 2009-09-21 17:08

แปลออกแต่ป้ายข้างบนค่ะ ป้ายข้างล่างยากเกิ๊น *^*

“我” 的美丽
需要您的呵护

ความงดงามของ "ฉัน"
ต้องการการปกป้องของคุณ

big smile big smile

ปล,, เสี่ยวหลงเปา อร่อยค่ะ.. แต่ไม่ได้ทานที เซี่ยงไฮ้
ได้ทานที่ซูโจว เมืองข้างๆเซี่ยงไฮ้ค่ะ ชอบๆๆ
แล้วก็ เกี๊ยวนึ่ง ที่จีน อร่อยค่ะ ..แทบจะทุกที่เลย

#35 By ,, สายรุ้ง ,, on 2009-09-22 20:47

Re# คห. 35 ขอบคุณมากนะครับคุณสายรุ้ง

แปลเก่งจัง ขอให้ดาวเลยนะครับ Hot!

ผมเดาว่า ป้ายเค้าคงรณรงค์เรื่องการรักษาความสะอาดรึเปล่า
ขอบคุณนะครับที่มาช่วยแปลให้big smile open-mounthed smile
เดี๋ยวจะหาวิธีจัดส่งรางวัลไปให้ big smile open-mounthed smile

ดีใจจัง ในที่สุด ก็เจอผู้รู้แล้วครับ open-mounthed smile

#36 By Recycle Boy on 2009-09-23 22:49

ขอบคุณบันทึกนำเที่ยวที่เหมือนได้เดินทางเอง พร้อมข้อมูลประกอบเพียบ (เห็นหลายข้อมูลได้จากการค้นใน web ด้วย - ยกนิ้วให้ครับ Hot!)

ผมอยากให้บ้านเรา หมายถึง กทม. หรือเมืองใหญ่ๆ อื่นๆ ใช้จักรยานเกินเยอะๆ เหมือนเชี่ยงไฮ้ และที่น่านับถือ คือจักรยานบ้านเขา ยัง 'เพียงพอ' มากๆ เลยครับ เป็นจักรยานที่สอดคล้องกับคำว่า 'ประหยัด' กว่าแบบ 36 เกียร์ที่คนกรุงบ้านเราชอบใช้ (ที่ผมเองก็อยากได้เหมือนกัน question แต่ไม่มีปัญญา)

อ่านแล้ว ให้อยากไปเที่ยวจีนบ้างจัง บ้านเมืองดูสะอาดสะอ้านกว่าที่เคยได้ยินมา..

ขอบคุณอีกครั้งครับที่พาเที่ยว
ดีแล้ว..ที่ได้เจอสาวในหัวบล็อกครับ รู้สึกเอ็นทรี่หวานขึ้นเยอะ