รักแรกที่เซี่ยงไฮ้ 2 : แวะไปเซียะเหมิน
posted on 17 Sep 2009 01:50 by boysudlor in Re-Trip
หายไปนาน กลับมาแล้วครับ ตั้งใจจะมาเขียนเรื่องที่เซี่ยงไฮ้ให้จบ
ปล่อยไว้ค้างคาเนิ่นนาน ไม่ดี ไม่ดี
ยังไงต้องขออภัยในความล่าช้า..ถ้าหากจะมีเพื่อนที่รอติดตามอยู่นะครับ
(ไม่แน่ใจว่ามีรึเปล่า หุหุ) เจอช่วงงานเข้าเยอะพอดีเลย เอาล่ะ กลับมาฮึดอีกรอบ
และขอขอบคุณสำหรับเพื่อนที่ติดตามและให้กำลังใจกันมาอย่างสม่ำเสมอครับ
.....................................................................
เอนทรี่ก่อนหน้า รักแรกที่เซี่ยงไฮ้ (First Love in Shanghai)
上海-我的初恋 (一)
(ใครเพิ่งแวะเข้ามา สามารถอ่านย้อนหลังได้ ที่นี่ นะครับ)
ก็ได้พาเพื่อนๆไปรู้จักกับเมืองเซี่ยงไฮ้ในวันแรกของการเดินทางไปแล้ว
จากสนามบินผู่ตง เราก็ได้แวะไปชมวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่หอไข่มุก(ฝั่งผู่ตง)
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซี่ยงไฮ้(ที่จริงน่าจะเรียกว่า มหานครเซี่ยงไฮ้ มากกว่านะ )
จากนั้นก้อข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งผู่ซี โดยอุโมงค์เลเซอร์ แสง สี เสียง ลอดใต้น้ำ หรือ The Bund
แล้วก็เดินดูบรรยากาศของถนนคนเดินยามค่ำคืนที่ถนนนานจิง
รวมทั้งได้แนะนำให้รู้จักกับหญิงสาวที่ปรากฏอยู่ในรูปที่เฮดบล็อกไปแล้วนะครับ อะแฮ่ม : )
(ตอนนี้ผมกลับมาใช้รูปในเฮดบล็อก เป็นรูปหญิงสาวคนนั้น
เผื่อว่าเธอจะแวะเข้ามาอ่านซักวัน
ถ้าเพื่อนๆ ไม่เห็นตามนี้ ก็ช่วยกด refresh หรือ F5 นะครับ)
……………………………………………………………..
รักแรกที่เซี่ยงไฮ้ ๒ : แวะไปเซียะเหมิน
(First Love in Shanghai II : visit to Xiamen)
上海-我的初恋 (二) : 去 厦门
(2 รูปนี้ถ่ายจากมุมสูงในห้องพักที่โรงแรม Ramada
ผมพักอยู่ใจกลางย่านชอปปิ้ง ถนนนานจิง)
ผมลืมบอกไปในครั้งที่แล้วว่า ที่ผมมาที่เซี่ยงไฮ้ได้ เพราะเกี่ยวกับงานที่ทำครับ
ที่ทำงานคิดผิดส่งมา ไม่ได้มาเที่ยวส่วนตัว
มาฟรี
ดังนั้น เวลาส่วนใหญ่ในตอนกลางวันที่เซี่ยงไฮ้ของผม
จะอยู่ถ้าไม่ในโรงงาน ก็ที่ตึกสูงบนสำนักงาน
แต่ก็พอมีช่วงเวลาที่เหลืออยู่บ้างในการเก็บรายละเอียด
เท่าที่จะทำได้ มีโอกาสได้ไป
ก็พยายามหาความรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ๆให้ได้มากๆ
ดังนั้นรูปถ่ายส่วนใหญ่ที่ได้มา ก็มักจะเป็นบรรยากาศตอนกลางคืน
ส่วนภาพตอนกลางวันถ่ายจากบนรถที่นั่ง ภาพอาจจะไหวๆหน่อย
ช่วงที่ไปก็มีฝนตกบ่อยๆที่เซี่ยงไฮ้
มาดูรูปกันซะหน่อยดีกว่า..
(ถนนนานจิง บริเวณหน้าโรงแรม)
นี่คือร้านเสี่ยวหลงเปาที่ไกด์เค้าพามา
มาเซี่ยงไฮ้ทั้งทีก็ต้องแวะทานเสี่ยวหลงเปากันหน่อยครับ
รสชาติอร่อยดี ทานตอนอุ่นๆลงกระเพาะ แก้หนาวดีครับ
สิ่งที่พบเห็นบ่อยๆ คือ ตึกสูง และ การก่อสร้างที่ยังไม่เสร็จ
เคยได้ยินคำกล่าวว่า มาเซี่ยงไฮ้วันนี้ แค่หันหลังกลับไป พรุ่งนี้มันก็ไม่เหมือนเดิมซะแล้ว
เป็นเมืองที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก
ดูโชว์กายกรรมเซี่ยงไฮ้ที่อีร่า(เป็นการแสดงที่ผาดโผน) ,ผู้คนเต็มแน่นร้านอาหารในตอนกลางคืน
และการจราจรที่แออัดตามแยกต่างๆ
.....................................................................................
เรื่องที่ผมเขียนมาเล่าคงจะไม่สามารถเอาไปทำเป็นทริปการท่องเที่ยวได้
ลองถามมัคคุเทศก์ประจำรถ เป็นคนจีนนะครับ แต่เค้ามีชื่อเป็นภาษาไทยด้วย
ชื่อว่าคุณวรัญญู วรัญญูบอกว่าถ้าเป็นทริปท่องเที่ยวที่เซี่ยงไฮ้ปกติ หลักๆก็เที่ยวกัน 4 เมือง
ที่อยู่ไม่ไกลกันนัก เซี่ยงไฮ้ หังโจว อู๋ซี ซูโจว เป็นสถานที่หลักตามโปรแกรมการท่องเที่ยวยอดนิยม
แต่วันนี้ผมจะพาลงใต้เซี่ยงไฮ้ ไกลกว่านั้นอีกครับ
เนื่องจากงานต้องไปดูการผลิตอุปกรณ์ในโรงงานเมืองเซียะเหมิน
ดังนั้นวันนี้เราจะไปเซียะเหมินกัน แต่เราจะไปกันแบบวันเดียวกลับครับ
โดยเครื่องบิน เราไม่ได้ขึ้นเครื่องที่สนามบินผู่ตง เราจะไปขึ้นเครื่องกันที่สนามบินหงเฉียว
(เท่ากับว่าเอนทรี่นี้เรามาสำรวจสนามบินกัน
อิอิ)
เซี่ยงไฮ้มีสนามบินอยู่ 2 แห่งครับ คือ สนามบินนานาชาติผู่ตง และสนามบินหงเฉียว
สนามบินหงเฉียว เดิมเคยใช้เป็นสนามบินนานาชาติ แต่พอสนามบินผู่ตงเปิดใช้บริการ
หงเฉียวก็กลายเป็นสนามบินภายในประเทศที่ให้บริการบินระหว่างเมืองต่างๆของจีน
(อาจจะมีบินไปโซลของ เกาหลี และโตเกียวของญี่ปุ่นด้วย)
คล้ายๆกับที่กรุงเทพฯ มีสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองนะครับ
นี่ที่เมืองไทยของเราอีกไม่นาน แอร์พอร์ตลิงค์ก็จะเสร็จแล้ว สามารถนั่งจากสนามบินสุวรรณภูมิ
มาลงที่ประตูน้ำ มักกะสันได้ในเวลาอันรวดเร็ว เหมือนๆกับที่สนามบินผู่ตงของเซี่ยงไฮ้มีรถไฟฟ้า
แม่เหล็ก (Shanghai Maglev Train) ที่วิ่งจากสนามบินผู่ตงเข้าตัวเมืองได้ในเวลาอันรวดเร็ว
(เดี๋ยวจะเก็บรูปไว้เล่าในเอนทรี่ตอนจบนะครับ)
ชั่วขณะ ผมรู้สึกว่ากรุงเทพฯ กับเซี่ยงไฮ้ ช่างมีอะไรหลายๆอย่างคล้ายคลึงกัน
ตามวิถีทางของการเป็นเมืองใหญ่พัฒนาเร็ว รถติด เจอก่อสร้างสะพานข้ามแยกโน้น แยกนี้บ่อย
มีสนามบินสองแห่งเหมือนกัน มีแม่น้ำผ่ากลางเมืองเหมือนกัน (กรุงเทพฯมีแม่น้ำเจ้าพระยา
แบ่งกั้น ฝั่งธนบุรี กับ ฝั่งกรุงเทพฯ ,เซี่ยงไฮ้ก็มี แม่น้ำหวงผู่ แบ่งกั้นระหว่างเขตเมืองเก่าผู่ซี
กับฝั่งอุตสาหกรรมใหม่ผู่ตง) นอกจากนี้ยังมีตึกอาคารสูงๆ แซมด้วยอาคารบ้านเรือนที่ไม่สูงนัก
แต่ของเซี่ยงไฮ้จะมีตึกสูงกว่า และเยอะกว่า รวมทั้งคนหนาแน่นกว่า
มีที่เห็นว่าไม่เหมือนกันอย่างนึงคือ รถจักรยาน เยอะเลย มีทั้งจักรยานธรรมดา จักรยานไฟฟ้า
มอเตอร์ไซค์ ถนนแบ่งเลนส์ให้จักรยาน แต่ถนนในกรุงเทพฯนานๆจะเห็นจักรยานซะที
การครอบครองเป็นเจ้าของยวดยานพาหนะแต่ละประเภท ก็เป็นไปตามรายได้ของแต่ละบุคคลน่ะครับ
วรัญญูบอกว่า การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่เซี่ยงไฮ้นี่ เสียภาษีแพงมาก ต้องรวยครับ ต้องรวยถึงจะมีรถยนต์ขับ
……………………………………..
กลับมาที่หงเฉียว ถึงจะกลายเป็นสนามที่ใช้บินแค่ภายในประเทศแต่ก็มีแผนรองรับผู้โดยสาร
ที่คาดว่าจะถึง 40 ล้านคนต่อปี ในปี ค.ศ.2010
ข้อมูลในปี ค.ศ.2008 มีผู้โดยสารประมาณ 22.8 ล้านคนต่อปี
(หาอ่านรายละเอียดได้จาก Wikipedia.org)
ตอนนี้เราก็มาถึงสนามบินหงเฉียวแล้ว
(กลัวจะเผลอพิมพ์ผิดเป็น หัวเฉียว จริงๆ)
สนามบินเล็ก เมื่อเทียบกับผู่ตง หรือ สุวรรณภูมิ
เราใช้บริการสายการบิน China Eastern Airlines
ออกเดินทาง 8.00 น. จากเซี่ยงไฮ้ เราก็ไปถึงสนามบินนานาชาติเซียะเหมิน
ในเวลาประมาณ 9.30 น. (บนเครื่องบิน เบาะที่นั่งค่อนข้างแคบ นั่งติดกับคุณลุงคนนึง
ตอนแรกลุงแกก็นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ไป ซักพัก..หลับ มีกรนด้วยแฮะ)
(รูปนี้ สองรูปเล็กข้างบนคือ สนามบินหงเฉียวและบรรยากาศในอาคารที่พักผู้โดยสาร
สองรูปเล็กข้างล่าง คือ สนามบินเซียะเหมิน)
ด้วยระยะทางจากเซี่ยงไฮ้ มายัง เซียะเหมิน 1,091.75 กิโลเมตร
(ข้อมูลจาก http://www.mapcrow.info)
ตอนนี้เราก็เดินทางมาถึงเซียะเหมินแล้วครับ
เซียะเหมิน เป็นเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลฝูเจี้ยน
ติดกับทะเล และช่องแคบไต้หวัน
(มองออกไปทางทะเล สามารถมองเห็นเกาะไต้หวันได้ครับ)
คำว่า เซียะเหมิน ในภาษาฮกเกี้ยน แปลว่า “ประตูคฤหาสน์ ”
เป็นบ้านเกิดของบรรพบุรุษชาวจีนโพ้นทะเล
และชาวไต้หวันเชื้อสายฮกเกี้ยนนะครับ
และเป็น 1 ใน เขตเศรษฐกิจพิเศษแรกสุดของจีน มีประชากรราวๆ 2.5 ล้านคน
มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ พวกท่าเรือ โรงงานอุตสาหกรรม การเงิน มากมายหลายอย่าง
เป็นเมืองที่มี GDP สูงต่อเนื่อง มากกว่า 20% ต่อปี คงจะเพราะมีการลงทุนจากต่างประเทศสูงมาก
(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก Wikipedia.org ผมอ่านแล้วสรุปมาคร่าวๆ )
ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกเดี๋ยวนี้จะมีทัวร์ท่องเที่ยว บินจากกรุงเทพฯ มาลงเซียะเหมิน
จากนั้นก็นั่งรถลงใต้ไปเรื่อย ๆ ผ่านซัวเถา ไปเสิ่นเจิ้น ฮ่องกง มาเก๊า
แล้วจากมาเก๊า นั่งเครื่องบินกลับ กรุงเทพฯ
(คิดว่าอยากจะลองมาแบบทริปนี้เหมือนกัน
ถ้ามีโอกาส ฝากไว้ก่อนนะ)
สิ่งแรกที่สะดุดตา เมื่อไปถึงเลยนะครับ คือ สนามบินสะอาดมาก
กว้างขวางและโอ่โถง
ห้องน้ำก็สะอาด คนไม่พลุกพล่านเท่าเซี่ยงไฮ้
เมืองเซียะเหมินได้รับการโหวตให้เป็นเมืองที่สะอาดที่สุดในประเทศจีน
ซึ่งก็สมคำร่ำลือจริงๆด้วยครับ
มีเวลาไม่มาก ในการสำรวจเมือง เนื่องจากหมดไปกับการเข้าไปในโรงงาน
เก็บรูปแถวๆ สวนสาธารณะชายทะเล (ตรงข้ามกับเกาะไต้หวัน) มาฝากแล้วกันนะครับ
อากาศที่เซียะเหมิน อบอุ่นกว่าที่เซี่ยงไฮ้ แต่ไกด์ท้องถิ่นที่นี่ พูดภาษาไทยฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย L
ลุงขายอะไรอ้ะ แน่ะ ขายเองชิมเองเลยนะลุง
eiei หลอกล่อกันน่าดู
หลังทานข้าวกลางวัน ก็มาถ่ายรูปแถวๆริมทะเล ดูไปดูมา คล้ายๆบางแสนเหมือนกันนะผมว่า
หรือว่ามันเป็นวันธรรมดานะ ถนนกว้าง โล่ง และไม่มีรถแออัด นานๆรถจะโผล่มาซักคัน สองคัน
แบบนี้คงจะดีนะครับ ว่ามั้ย
บรรยากาศที่เซียะเหมินค่อนข้างแตกต่างจากเซี่ยงไฮ้มาก มีคนอาศัยอยู่ไม่หนาแน่นเท่าไหร่
“สะอาด และ สงบ ” เป็นคำนิยามสั้นๆ ที่ผมนึกออก
เมื่อถึงเวลาที่เราต้องเดินทางออกจากเซียะเหมิน
พอตอนเย็น เราก็บินกลับมาที่เซี่ยงไฮ้อีกครั้ง
ค่ำๆ ชักจะเริ่มคุ้นตากับบรรยากาศ แสง สี เสียง ผู้คนที่ถนนนานจิงซะแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น ฝนตก มองจากมุมสูงลงไป พื้นถนนเปียกอีกเช่นเคย
และก็มีหมอกลงด้วย (ด้านหน้าโรงแรม)
ถ้าไม่ได้พบกับหญิงสาวที่ปรากฎอยู่ที่เฮดบล็อกในวันต่อมา ผมก็อยากจะตั้งชื่อเอนทรี่นี้ว่า
“เซี่ยงไฮ้ในสายฝน”
เช้าวันนี้ผ่อนคลายขึ้นมาอีกหน่อยครับ ไม่ต้องไปโรงงาน เลยได้ไปเที่ยวเป็นของแถม
ไกด์พาออกนอกเมืองอีกแล้ว
คราวนี้เราจะไป เมืองโบราณอู่เจิ้นกัน ซึ่งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียง
ทางใต้ของเซี่ยงไฮ้ นั่งรถไปราวๆ 1-2 ชั่วโมง
(ดีครับ ทริปเดียว ได้มาถึง 3 เมือง)
รถวิ่งเลนส์ขวา พวงมาลัยและคนขับอยู่ทางด้านซ้ายของรถ
คนในรถ เริ่มทะยอยกันหลับ พักสายตา
ปกติเวลาเดินทางไปไหน(ทางรถ) ผมมักจะไม่ค่อยหลับ จะว่าตื่นเต้นก็ไม่นะ
แต่อยากเก็บรายละเอียดมากๆ คงไม่ได้มาบ่อยๆ ดูวิวสองข้างทางไป
ระหว่างทาง จากเซี่ยงไฮ้ มุ่งหน้าอู่เจิ้น ตึกสูงๆค่อยละ หายไปจากสายตาเรา
ภาพต่อมาที่เห็น กลายเป็นบ้านเรือนผู้คนอยู่ห่างๆกัน ติดกับสวนทำการเกษตร
มีคลองส่งน้ำเข้าไปยังแปลงพื้นที่การเกษตร สีเขียวๆ ดูเรียบง่าย สบายตา
วรัญญู(ไกด์ชาวจีน) บอกว่า ที่นี่มีคลองขุดสายปักกิ่ง-หังโจว ซึ่งเป็นคลอง(มนุษย์ขุด)ที่ยาวมาก
สมัยโบราณ ฮ่องเต้สั่งให้ขุดคลองนี้เวลาเดินทาง ส่งเสบียงพืชผัก
ไปมาสัญจร ระหว่างทางเหนือกับทางใต้
ภาพที่เห็น สมองนึกอะไรขึ้นมาได้ ทำให้รู้สึกอยากเขียนบันทึกขึ้นมาทันใด
ตอนนั้นก็หยิบสมุดบันทึกออกมาแล้วจดอะไรไว้ซะหน่อย
ลากันด้วยภาพเป็ด
แล้วพบกันใหม่..เอนทรี่หน้า
หมายเหตุ
ว่าจะเขียนให้สั้นลงแล้วเชียวครับ แต่ก็ยังยาวอยู่ รูปก้อเยอะด้วย
คราวหน้า อัพสั้นๆ แต่อัพบ่อยๆ คงจะดีกว่า
ใครอ่านจนจบมาถึงบรรทัดนี้ ผมขอคารวะและโปรดรับคำขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ XieXie
แล้วพบกันใหม่ที่หน้าจอของท่านครับ
ไจ้เจี้ยน + รักษาสุขภาพกันด้วยเน้อ
รีไซเคิล บอย
#1 By NATTAWAT on 2009-09-17 03:07