Re-Film

 

 

 

ใครบางคนเคยบอกไว้  ถ้าอยากรู้ว่าผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนั้นๆเป็นคนอย่างไร

ให้ดูที่ตัวละครเอกของเรื่อง  ความคิด จิตใจ วิธีการเผชิญหน้ากับเรื่องยุ่งยากทั้งหลาย

ผู้กำกับภาพยนตร์ส่วนใหญ่ใส่บุคลิกความเป็นตัวตนของตัวเองเอาไว้ที่พระเอก(หรือนางเอก)

ใส่ปัญหา ปมขัดแย้ง  ความคาดหวัง ความใฝ่ฝัน แรงบันดาลใจ ความสูญเสีย สิ้นหวัง

ตลอดจนการจัดการกับปัญหาต่างๆไว้ในเรื่อง

หรือ บางที หนังที่เราได้ดู ได้ชมกัน กว่า 80% ของเนื้อหาอาจมาจากชีวิตจริงของผู้กำกับ

หรือคนเขียนบทเรื่องนั้นก็ได้  ดังเช่น ภาพยนตร์เรื่องนี้...

 

สะบายดี2 ไม่มีคำตอบจาก..ปากเซ 

From Pakse with love

  เขียนบทและกำกับภาพยนตร์โดย คุณศักดิ์ชาย  ดีนาน

 

 

 

จากความสำเร็จของหนังภาคแรก "สะบายดีหลวงพะบาง" คิดว่าหลายคนคงจะเคยไปดูมาแล้ว

เมื่อ 2 ปีก่อน ผมคิดว่า"สะบายดีหลวงพะบาง" เป็นหนังรักที่ดูง่ายๆ บทไม่ซับซ้อน

ดูเพลินๆ เหมือนได้ไปท่องเที่ยวประเทศลาว จากลาวใต้ สู่ลาวเหนือ จากปากเซถึงหลวงพะบาง

แต่ก็มีเสน่ห์อันเนื่องมาจากความน่ารัก ความมีน้ำใจของผู้คน ประโยคสนทนาที่ใกล้เคียงกัน

ทุกครั้งฟังแล้วก็เกิดรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปาก ในความคล้ายหรือความต่างของคำพูด คำเรียกขาน

อีกทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามตามธรรมชาติทำให้ใครต่อใครต่างหลงใหล

จนอยากตามรอยหนัง "สะบายดีหลวงพะบาง" ด้วยการท่องไปยังดินแดนแห่งนี้

....ปะเทดลาว

 

ในภาคแรก นอกเหนือจากเรื่องราวความรักกับการเดินทางของคู่พระเอกนางเอก

อนันดา กับ น้องคำลี่ แล้ว ผมชอบช่วงที่อนันดา(ในเรื่องชื่อ สอน) กลับไปพบกับครอบครัวของพ่อ

มีการบายศรีสู่ขวัญ แล้วก็ได้พบกับรักครั้งแรกของพ่อ(คนรักเก่าพ่อ ชื่อสอนเหมือนกัน)

ให้ความรู้สึกเหมือนคนที่จากบ้านไปนานๆ แล้วได้กลับมายังบ้านเกิดเมืองนอน

มาพบปะ กราบไหว้ผู้เฒ่า ผู้ใหญ่ ญาติพี่น้อง  ดูแล้วรู้สึกดีนะครับ

มาในภาคนี้ สะบายดี2 ไม่มีคำตอบจากปากเซ

ตอนแรกก่อนดู  ผมคิดว่าหนังจะพาเราไปเที่ยวเมืองปากเซแล้วพบรัก

หรือ การดำเนินเรื่องคงคล้ายๆ กับภาคแรก  แต่ไม่ใช่นะครับ

ในภาคนี้ หนังมีเนื้อหามากขึ้นไปกว่าเดิม โดยประเด็นหลักเป็นเรื่องราวของผู้กำกับภาพยนตร์

คนหนึ่ง(ปอ แสดงโดย เรย์ แม็คโดนัลท์) ที่ชีวิตกำลังตกอับ  ตกงาน  สิ้นหวังจากงานที่ทำ

คนรักก็ตีจาก กำลังล้มเหลว  ขาดแรงบันดาลใจให้กับชีวิต

จนได้เดินทางมาถ่ายรูปงานแต่งงานให้กับคู่บ่าวสาวที่เมืองปากเซ

และได้พบกับสอน ไพรวัลย์(คำลี่ พิลาวง)

จึงเกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆให้กับชีวิตและงานที่รัก(บทภาพยนตร์เรื่องใหม่)

พล็อตเรื่อง ก็ประมาณนี้....

 

 

(ช่วงต่อจากนี้  ตัวอักษรสีน้ำเงิน อาจจะมีสปอยล์อยู่บ้าง)

 

เนื้อหาในภาคนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อน สะบายดีหลวงพะบาง ในภาคแรก

ถ้าจะพูดแบบง่ายๆ ก็คือ ในสะบายดี2 เนื้อเรื่องคือ

ที่มาหรือเบื้องหลังกว่าจะเป็น "สะบายดีหลวงพะบาง"ในภาคแรก ดังนั้น

จึงมีหลายฉากเหมือนกันที่คล้ายคลึงกับในภาคแรก  ซึ่งก็เป็นเหตุเป็นผลครับ

เพราะเป็นเหตุการณ์หรือสถานที่ที่ผู้กำกับปอ(ในสะบายดี 2) ได้แรงบันดาลใจ

จนนำไปเขียนบทภาพยนตร์สะบายดีหลวงพะบาง(ภาคแรก)

 

 

 

สิ่งที่ชอบ

- อย่างแรกเลย คือ การแสดงของนักแสดงแทบทุกคน ดูเป็นธรรมชาติดี  ประโยคสนทนาน่ารัก

โดยเฉพาะ การแสดงของเรย์ และ เด็กอีกสองคน น่ารัก เรียกรอยยิ้มได้เป็นระยะ

(ตามมาจากภาคแรกครับ น้องผู้หญิงที่เคยเล่นเป็นน้องสาวนางเอกในภาคแรก

มาภาคนี้ ยังได้เล่นเป็นน้องสาวของคำลี่อีกเช่นเคย หนังให้น้องปล่อยมุกซื่อๆ ขำๆ

ตลกกับความไร้เดียงสาแบบเด็กๆครับ   อีกคน คือ เด็กผู้ชาย ที่คอยตามขายของอนันดา

ในภาคแรก  มาภาคนี้เป็นผู้ช่วยตากล้องให้กับพระเอกเรย์)

- เรย์ แสดงดีนะ  พระเอกภาคนี้จะออกฮา ต๊องๆ มากกว่าภาคที่แล้ว ของอนันดาออกแนวเท่ห์ๆ

ส่วนเรื่องความหล่อคงต้องให้สาวๆตัดสิน 

ชอบท่าเต้นบัดสลบ (หรือ บาสะโลฟ) ของเรย์ในฉากรำวงในงานแต่งงานครับ

- น้องคำลี่  นางเอกในภาคนี้เหมือนจะเรียบร้อยน้อยกว่าภาคแรก แต่ยังน่ารักเหมือนเดิม

คิดว่า หนุ่มๆเมืองไทยหลายคน เทใจให้กับหนังสะบายดี ก็เพราะนางเอกด้วยล่ะมั้ง  ชิมิ ชิมิ

 - ประการต่อมา  สถานที่ในหนัง  คือ  ปราสาทวัดพู  ผมยังไม่เคยไปเที่ยวลาวใต้ครับ

แต่ดูจากในหนังแล้ว สีเขียว ร่มรื่นทีเดียว สวยงาม คงต้องหาโอกาสไปเยือนให้ได้

(ในเรื่องเป็นสถานที่ที่คู่แต่งงานที่พระเอกไปถ่ายรูปให้ พบรักกัน so romantic มากๆ)

อีกที่นึง คือ สะพานข้ามแม่น้ำที่เมืองปากเซ  สวยคลาสสิคทีเดียว

- อีกประการต่อมา  ชอบฉากประเพณีงานแต่งงานของคนลาวครับ  ได้เห็นขนบธรรมเนียมของเขา

ก้อไม่ต่างจากของไทยมากนะ

- เพลงประกอบหนัง  "ความฮู้สึกบอก"  โดย Cells  วงร็อคชื่อดังของลาว 

แม้จะรู้สึกว่าเนื้อเพลงบางช่วงไม่ค่อยเข้ากับเนื้อหนัง  แต่เพลงมันเพราะดีครับ

ส่วนดนตรีประกอบเหมือนภาคแรก ชอบครับ

 

 

 ชอบมากที่สุด

 

(สปอยล์นะจ๊ะ  แฮ่ม )

 - คือ ฉากที่ปอ(เรย์) นั่งเรือตามสอน(คำลี่) ไปก่อนตกน้ำ  สอนได้พูดประโยค

ที่ดูเหมือนจะเป็นตัวแทนของคนลาว บอกผ่านมาทางคนไทยนักท่องเที่ยว คือ

อย่าได้คิดว่าเฮาเป็นผู้หญิงใจง่าย อย่าคิดว่าความเป็นคนเมือง(ที่บ้านเมืองเจริญกว่า)

อย่างเราๆจะทำให้เขาเห็นถึงความเท่ห์  จนต้องสนอกสนใจ  (ทำนองนี้ ผมจำประโยคราวๆนี้)

 มันทำให้ผมคิดว่า สิ่งที่เราคนไทยมองลาว อาจไม่ใช่สิ่งที่คนลาวเป็น หรือสิ่งที่เราคิดว่าเราเป็น

แล้วเราว่ามันดี  แต่คนลาวเค้าอาจจะไม่คิดแบบนั้นก็ได้  อ่านแล้วงงมั้ยครับ

ไว้คราวหน้าค่อยมาขยายความอีกที  ว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางไปลาวอยู่เหมือนกัน

 

  ...ถ้าไม่ได้มองที่ประเด็นของความรักเป็นเรื่องหลักของหนังเพียงอย่างเดียว

(ซึ่งเนื้อหาในเรื่องราวความรัก จะไม่ค่อยมาก เบาๆ คล้ายๆกับภาคแรก

เนื่องจากพระเอกนางเอกก็เจอกันไ่ม่นาน)

 

 

 

.......  หากมองที่ชีวิตของคนๆหนึ่ง หลังจากพบกับความผิดหวัง ล้มเหลว

การสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆในชีวิต ด้วยการลองทำในสิ่งใหม่ๆ ให้โอกาสตัวเอง

พาชีวิตไปยังสถานที่แห่งใหม่  ดินแดนที่ผู้คนแปลกหน้า..(แต่อาจจะไม่แปลกน้ำใจ)

...บางที  ชีวิตอาจจะหาคำตอบให้กับตัวเราเองได้ 

 (เหมือนดังเช่น ผู้กำกับปอ พระเอกของเรื่อง ไม่มีคำตอบจากปากเซ)

 ทุกปัญหามีทางออกเสมอ ถ้าเรายังรักในสิ่งนั้น 

 

ไม่มีคำตอบจากปากเซ 

...เพราะสิ่งที่ทำด้วยความรักมีคำตอบตั้งแต่ตอนเริ่มต้น

 

แล้วพบกันใหม่นะครับ

 สะบายดีเด๊

รีไซเคิลบอย

 

ปล. - ห่างหายจากการอัพบล็อกไปหลายวัน เนื่องจากชีวิตเจอภาวะงานเข้าครับ

ยังไม่ค่อยได้แวะเวียนไปยังเพื่อนบ้านชาวบล็อก  แต่จะไปแน่นอนครับ

รอแป๊บนึงครับ คิดเถิง คิดเถิง

 - ของบางอย่างไม่ต้องการคำตอบ แต่ "ความฮู้สึก" จะบอกเฮาเอง

แน่ะ พูดเข้าเพลงซะเลย    (ความฮู้สึกบอก จาก Cells ลองหาฟังใน youtube นะครับ)